ความต้องการผ้าไหมจากต่างประเทศเพื่อใช้ในงานแฟชั่น

ประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตไหมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีแรงงานในอุตสาหกรรมจำนวนมากโดยเฉพาะแรงงานในชนบท การพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยเพื่อยกระดับผ้าไหมไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากล เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย โดยที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมมีโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการไทยให้มีความสามารถในด้านการแข่งขันกับต่างประเทศโดยมีแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยในหลายๆ ด้าน อาทิ พัฒนาด้านบุคลากร เน้นที่ผ้าไหมทอมือ ซึ่งจะเป็นมรดกสืบทอดไปอีกยาวนาน พัฒนาด้านเทคโนโลยีและด้านการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดการสูญเสียทั้งระบบ และพัฒนารูปแบบสินค้าและการตลาด โดยเน้นที่แฟชั่นและผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับรสนิยมของลูกค้า

อุตสาหกรรมไหมเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะมีคุณค่าทางภูมิปัญญาสืบทอดมายาวนาน ดังนั้นการส่งเสริมและสนับสนุนไหมไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์สร้างทัศนคติ สร้างการรับรู้การเป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตและการค้าผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพ และกระตุ้นให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ตั้งแต่การผลิตผ้าไหมคุณภาพดีและได้มาตรฐาน การสาธิตวิธีการทำไหมที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้เรียนรู้และเข้าใจกระบวนการผ้าไหมได้อย่างครบวงจร

แฟชั่นผ้าไหมมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ยุโรปและอเมริกายังมีความต้องการผ้าไหมสูง โดยเฉพาะกลุ่มตกแต่งบ้าน โรงแรมหรู อาคารสถานที่ รวมถึงบ้านจัดสรรระดับหรู สินค้าแบรนด์เนมและกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ไวน์ แชมเปญ ที่ยังชื่นชอบนำผ้าไหมไทยไปตกแต่ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพราะผ้าไหมไทยมีเอกลักษณ์ที่สวยงาม เป็นที่รู้จัก และมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมในตลาดโลกสูงขึ้น ในขณะเดียวกันตลาดญี่ปุ่นก็เป็นตลาดหนึ่งที่น่าสนใจโดยมีการนำไหมไทยไปตัดเป็นชุดกิโมโน ทำให้ตลาดนี้มีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต เช่นเดียวกับตลาดตะวันออกกลาง อย่างเช่น โอมาน ก็เริ่มให้ความสนใจนำผ้าไหมไปประดับตกแต่งโรงแรมหรูมากขึ้น ดังนั้นหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งส่งเสริมและทำการตลาด สร้างการรับรู้ในกลุ่มภัตตาคารด้วยผ้าไหมไทยก็จะส่งออกได้มากขึ้น